สไตล์โรงแรม นวัตกรรมผลิตภัณฑ์นำสมัย เพื่อชีวิตที่สะดวกสบายขึ้น
  Hotline : 094 893 5002, 099 254 8292, 099 055 9263

ยุทธศาสตร์ดันแบรนด์ไทยสู่สากล และดึงแบรนด์หรูสู่ทำเลทอง (1)

ยุทธศาสตร์ดันแบรนด์ไทยสู่สากล และดึงแบรนด์หรูสู่ทำเลทอง (1)
     ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดท่องเที่ยวระดับบน ยุทธศาสตร์สำคัญของธุรกิจไทยคือ "การผลักดันแบรนด์ไทยไปต่างประเทศ" ควบคู่กับการ "ยกระดับทำเลทองในประเทศ" เพื่อดึงดูดแบรนด์หรูระดับโลกเข้ามาบริหาร

     บทความซีรีส์นี้จะพาไปเจาะลึกวิสัยทัศน์ โครงสร้างความเป็นเจ้าของ และจุดขายเชิงกลยุทธ์ของกลุ่มธุรกิจชั้นนำในไทย โดยในพาร์ทแรกนี้ เราจะเริ่มเปิดประเด็นด้วยกลุ่มธุรกิจโรงแรมไทยแถวหน้า ที่กำลังสร้างแรงขับเคลื่อนสำคัญในเวทีสากลและพลิกโฉมแลนด์มาร์กท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างน่าจับตามอง มีกลุ่มใดบ้างและน่าสนใจอย่างไร ติดตามได้ในพาร์ทนี้ครับ

1. กลุ่มโรงแรม Cape & Kantary Hotel: ปัจจุบันใครเป็นเจ้าของ มีแบรนด์อะไรบ้าง และจุดขายแต่ละแบรนด์ ทั้งในและต่างประเทศ

กลุ่มโรงแรมเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ Cape & Kantary Hotels  เป็นเครือโรงแรมสัญชาติไทยภายใต้การบริหารของ บริษัท เกษมกิจ จำกัด (Kasemkij Company) ซึ่งมีตระกูล "ปังศรีวงศ์" เป็นเจ้าของ นำโดยคุณธีรพงศ์ ปังศรีวงศ์ และทายาทรุ่นใหม่อย่างคุณธีรวัลคุ์ และคุณพงศ์วรุตม์ ปังศรีวงศ์ มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศไทย

จุดเด่นของเครือนี้คือการเน้นกลยุทธ์ "ลงทุนเองและบริหารเอง 100%" เพื่อรักษาเอกลักษณ์และการบริการที่เป็นอิสระจากเชนโรงแรมต่างประเทศ โดยมีแบรนด์หลักและจุดขายดังนี้:
  1. Cape Collection (ระดับลักเซอรี่และบูทีค)
  • จุดขาย : เน้นความหรูหรา มีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ (Boutique) และตั้งอยู่ในทำเลที่สวยงามที่สุด เช่น เกาะส่วนตัวหรือหน้าหาด
  • กลุ่มเป้าหมาย : นักท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์ที่ต้องการประสบการณ์การพักผ่อนที่เป็นส่วนตัวและมีระดับ
  • ตัวอย่างโรงแรม : Cape Fahn Hotel (สมุย), Cape Panwa Hotel (ภูเก็ต), Cape Nidhra Hotel (หัวหิน), และ Cape Kudu Hotel (เกาะยาวน้อย)

  1. Kantary Collection (ระดับพรีเมียมและเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์)
  • จุดขาย : พื้นที่ห้องพักกว้างขวาง มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครันเหมือนอยู่บ้าน (เช่น ครัวขนาดเล็ก) เหมาะสำหรับการเข้าพักทั้งระยะสั้นและระยะยาว (Long-stay)
  • กลุ่มเป้าหมาย : นักธุรกิจ (Corporate), ครอบครัว และกลุ่ม Expat ที่ทำงานในย่านอุตสาหกรรมหรือเมืองท่องเที่ยว
  • ทำเลหลัก : อยุธยา, เชียงใหม่, โคราช, กบินทร์บุรี, และนิคมอุตสาหกรรมในระยองและชลบุรี

  1. Kameo Collection (ระดับมาตรฐานความคุ้มค่า)
  • จุดขาย : เน้นความคุ้มค่า (Value for Money) ห้องพักสะอาด มาตรฐานการบริการระดับเดียวกับแคนทารี แต่ในราคาที่ย่อมเยากว่า
  • กลุ่มเป้าหมาย : นักเดินทางเพื่อธุรกิจและนักท่องเที่ยวที่ต้องการที่พักคุณภาพดีในราคาประหยัด
  • ตัวอย่างโรงแรม : Classic Kameo, Deluxe Kameo ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และชลบุรี
ธุรกิจเสริมและจุดขายอื่นๆ
  • Café Kantary : ร้านเบเกอรี่และกาแฟระดับพรีเมียมที่เป็นจุดดึงดูดลูกค้าทั่วไปและแขกที่พักในโรงแรม
  • Kantary Catering : บริการรับจัดเลี้ยงนอกสถานที่
  • ต่างประเทศ : ปัจจุบันกลุ่ม Cape & Kantary เน้นการขยายฐานในประเทศไทยเป็นหลัก โดยสร้างจุดแข็งจากการเป็น "แบรนด์ไทยที่มีมาตรฐานสากล" และได้รับรางวัลระดับโลกอย่าง Traveller Review Awards จาก Booking.com อย่างต่อเนื่อง


2.กลุ่มโรงแรมชาเทรียม Chatrium Hotel and Residences: ปัจจุบันใครเป็นเจ้า ของ มีแบรนด์อะไรบ้าง และจุดขายแต่ละแบรนด์ ทั้งในและต่างประเทศ

กลุ่มโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ในเครือ 
ชาเทรียม โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ (Chatrium Hotels & Residences)
เป็นธุรกิจของไทยภายใต้การบริหารของ "ตระกูลโสภณพนิช" โดยมี คุณสาวิตรี รมยรูป ดำรงตำแหน่งเจ้าของและกรรมการผู้จัดการ

ปัจจุบันเครือชาเทรียมมีแบรนด์หลัก 2 แบรนด์ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน ดังนี้:
  1. แบรนด์ Chatrium (แบรนด์ระดับบนและหรูหรา)
เน้นการมอบประสบการณ์การพักผ่อนที่เหนือระดับภายใต้แนวคิด "Feel the Remarkable" โดยเน้นพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางและการบริการที่อบอุ่นแบบไทย มีแบรนด์ย่อยแบ่งตามระดับความหรูหราดังนี้:
  • Chatrium Grand : แบรนด์ระดับสูงสุด (Luxury Flagship) เน้นความหรูหราเต็มรูปแบบและการบริการ ที่ใส่ใจในรายละเอียด
    • จุดขาย : ตั้งอยู่ในย่านสยาม (Siam) ใจกลางเมือง ติดกับศูนย์การค้าชั้นนำอย่างSiam Paragon
  • Chatrium Hotels : โรงแรมระดับ 5 ดาว เน้นความสะดวกสบายและการพักผ่อน
    • จุดขาย : ทำเลโดดเด่น เช่นChatrium Hotel Riverside Bangkok ที่เน้นบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา  และห้องพักขนาดใหญ่
  • Chatrium Residences: เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ระดับพรีเมียมสำหรับการเข้าพักระยะยาว
    • จุดขาย : ห้องพักที่มีฟังก์ชันครบครันเหมือนบ้าน เช่น มีห้องครัวและพื้นที่รับแขกแยกเป็นสัดส่วน
  1. แบรนด์ Maitria (ไลฟ์สไตล์แบรนด์)
แบรนด์น้องใหม่ที่เน้นกลุ่มคนรุ่นใหม่ นักเดินทางที่ชอบอิสระ และการพักผ่อนแบบทันสมัยในสไตล์   "Smart Neighborhood"
  • จุดขาย : เน้นความคล่องตัว ทำเลใกล้แหล่งไลฟ์สไตล์ แหล่งกินดื่ม และการออกแบบที่ทันสมัยในราคา ที่เข้าถึงง่ายกว่าแบรนด์ชาเทรียม

รายชื่อโรงแรมและโครงการในเครือ (ไทยและต่างประเทศ)
ประเทศ  รายชื่อโรงแรม/เรสซิเดนซ์ จุดเด่นของทำเล/บริการ
ไทย (กรุงเทพฯ) Chatrium Grand Bangkok ย่านสยาม ใกล้ห้างหรู เข้าถึงแหล่งช้อปปิ้งได้ง่าย
Chatrium Hotel Riverside Bangkok ริมน้ำเจ้าพระยา วิวพาโนรามามีเรือรับ-ส่ง BTS
Emporium Suites by Chatrium ตั้งอยู่เหนือห้าง The Emporium ย่านสุขุมวิท
Chatrium Residence Sathon Bangkok ย่านสาทร สระว่ายน้ำสไตล์รีสอร์ท เหมาะกับครอบครัว
Maitria Hotel Sukhumvit 18 ย่านอโศก/สุขุมวิท เน้นความสะดวกในการเดินทาง
Maitria Residence Rama 9 ย่านพระราม 9 ใกล้โรงพยาบาลและย่านธุรกิจใหม่
ไทย (ต่างจังหวัด) Chatrium Golf Resort Soi Dao Chanthaburi รีสอร์ทท่ามกลางธรรมชาติและสนามกอล์ฟ 18 หลุม
Chatrium Rawai Phuket ทำเลหาดราไวย์ ภูเก็ต สำหรับพักผ่อนชายทะเล
ต่างประเทศ Chatrium Niseko Japan ตั้งอยู่ใน Hirafu Village ประเทศญี่ปุ่น แหล่งสกีระดับโลก
Chatrium Hotel Royal Lake Yangon ริมทะเลสาบกันดอว์จี ประเทศเมียนมา วิวเจดีย์ชเวดากอง


3.กลุ่มโรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยท์ (Grand Centre Point) : ปัจจุบันใครเป็นเจ้า ของ มีแบรนด์อะไรบ้าง  และจุดขายแต่ละแบรนด์ ทั้งในและต่างประเทศ

     กลุ่มโรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยท์ (Grande Centre Point) เติบโตอย่างรวดเร็วของตระกูลอัศวโภคิน ปัจจุบันบริหาร โดย บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด (LHMH) ในเครือแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (Land and Houses) ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์ของไทย เน้นจุดขายโรงแรมหรูใจกลางเมือง/แหล่งท่องเที่ยว (Prime Location) เชื่อมต่อศูนย์การค้า หรือรถไฟฟ้า ได้แก่แบรนด์ Grande Centre Point, Centre Point และแบรนด์ใหม่ Prestige

เจ้าของและผู้บริหาร:
  • บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด (LHMH)ภายใต้กลุ่ม Land and Houses (LH)
แบรนด์หลักและจุดขาย:
  1. Grande Centre Point(แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์) : โรงแรมหรูหรา 5 ดาว เน้นทำเล Prime Location ใจกลางกรุงเทพฯ (ราชดำริ, เพลินจิต, เทอร์มินอล 21, ทองหล่อ, สุรวงศ์, ลุมพินี) ตอบโจทย์ทั้งนักธุรกิจและนักท่องเที่ยว พักผ่อนสบายระดับพรีเมียม
  2. Centre Point Hotel(เซนเตอร์ พอยต์ โฮเทล) : เน้นความสะดวกสบาย บริการเหมือนบ้าน (Serviced Apartment) ทำเลสะดวก เหมาะสำหรับการพักระยะยาว
  3. Grande Centre Point Prestige(แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ) : แบรนด์ระดับสูง (Prestige Tier) เน้นการดีไซน์เหนือระดับ บริการที่ประณีตยิ่งขึ้น และประสบการณ์พักผ่อนระดับเวิลด์คลาส เช่น สาขาลุมพินี
จุดขายหลัก:
  • Location : ตั้งอยู่ใจกลางเมือง (Prime Location) เช่น สุขุมวิท ราชดำริ ลุมพินี หรือเชื่อมต่อกับศูนย์การ ค้า Terminal 21
  • Convenience : การเดินทางสะดวกสบาย เชื่อมต่อรถไฟฟ้า BTS/MRT
  • Facility : มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันในห้องพัก เช่น เครื่องชงกาแฟ ไดร์เป่าผม Dyson มินิบาร์ฟรี
  • Service : การบริการที่อบอุ่นแบบไทยในระดับสากล
การดำเนินงาน : ปัจจุบันเน้นขยายสาขาอย่างต่อเนื่องในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวหลักในไทย โดยมุ่งเน้นกลุ่มนักเดินทางคุณภาพ ทั้งนี้ยังไม่พบข้อมูลการบริหารแบรนด์ในต่างประเทศจากการค้นหาครั้งนี้

หมายเหตุ : โปรดอย่าสับสนกับแบรนด์ เซ็นเตอร์ พอยท์ (Centre Point) ซึ่งบริหารโดยเครือ ควอลิตี้ เฮ้าส์ (Q.House) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเครือในกลุ่มพันธมิตรเดียวกันแต่แยกแบรนด์และระดับการให้บริการกันชัดเจน

4. กลุ่มโรงแรม (La Flora Group): ปัจจุบันใครเป็นเจ้าของ มีแบรนด์อะไรบ้าง และ จุดขายแต่ละแบรนด์ ทั้งในและต่างประเทศ

     กลุ่มโรงแรม ลา ฟลอร่า กรุ๊ป (La Flora Group) เป็นเครือโรงแรมสัญชาติไทยที่เติบโตอย่างโดดเด่น ในย่านเขาหลัก จังหวัดพังงา โดยเน้นการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างผ่านดีไซน์และบริการที่มีเอกลักษณ์ ข้อมูลสรุปเจ้าของและแบรนด์ในเครือมีดังนี้:

     เจ้าของและผู้บริหาร  คุณสมพงศ์ ดาวพิเศษ และ คุณพีรพงศ์ ดาวพิเศษ (บุตรชาย) เป็นเจ้าของและผู้บริหารหลักของกลุ่ม  ตระกูลดาวพิเศษมีพื้นฐานธุรกิจจากกลุ่ม "ฮาโก้" (HACO) ซึ่งเป็นผู้นำด้านอุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์ในห้องน้ำ ก่อนจะขยายตัวเข้าสู่ธุรกิจโรงแรมอย่างเต็มตัว

แบรนด์ในเครือและจุดขาย (ปัจจุบันมีเฉพาะในไทย)
ณ ปัจจุบัน La Flora Group มุ่งเน้นการขยายฐานธุรกิจในประเทศไทย โดยเฉพาะที่เขาหลัก จังหวัดพังงา และยังไม่มีสาขาในต่างประเทศ แบรนด์หลักๆ ได้แก่:
  • La Flora Khao Lak (ลา ฟลอร่า เขาหลัก)
    • จุดขาย : ความหรูหราที่เงียบสงบและการพักผ่อนที่กลมกลืนกับธรรมชาติ ตั้งอยู่ติดหาดบางเนียง เหมาะสำหรับครอบครัวและคู่รักที่ต้องการความผ่อนคลายแบบดั้งเดิม
  • Casa de La Flora (คาซา เดอ ลา ฟลอร่า)
    • จุดขาย : เน้นดีไซน์ที่ทันสมัย (Ultra-Modern) ในรูปแบบPool Villa ทั้งหมด ให้ความเป็นส่วนตัวสูง  และการออกแบบที่ได้รับรางวัลระดับโลก เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ชอบสไตล์และดีไซน์ที่โดดเด่น
  • La Vela Khao Lak (ลา เวล่า เขาหลัก)
    • จุดขาย : การเป็น Lifestyle & Sport Tourism Hotel ที่มีดีไซน์ทรงสามเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ (Inspiration จากใบเรือ) เน้นความสนุกสนาน มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ และเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมอย่างเซิร์ฟสเก็ตและกีฬาทางน้ำ
  • La Solaya Khao Lak (ลา โซลายา เขาหลัก)
    • จุดขาย : เน้นความสงบและการใช้ชีวิตที่ช้าลง (Slow Life) สัมผัสกับจังหวะของเวลาและแสงธรรมชาติ
  • La Vita Sana (ลา วิต้า ซาน่า)
    • จุดขาย : โครงการล่าสุดที่เน้นด้านWellness & Health (เวลเนส) ให้บริการด้านสุขภาพ อาหาร และ การดูแลร่างกายแบบครบวงจรในจังหวัดพังงา

จุดแข็งของกลุ่ม หนึ่งในจุดขายที่แข็งแกร่งที่สุดคือ สิทธิ์การใช้พื้นที่ส่วนกลางข้ามโรงแรม (เฉพาะบางโปรโมชั่น/เงื่อนไข) ซึ่งผู้เข้าพักในเครือสามารถไปใช้สระว่ายน้ำหรือสิ่งอำนวยความสะดวกของโรงแรมอื่นในเครือได้ ทำให้ได้รับประสบการณ์ที่หลากหลายในการเข้าพักเพียงที่เดียว

     เรื่องราวของแบรนด์ไทยยังไม่จบเพียงเท่านี้ มาร่วมเจาะลึกกลยุทธ์ของกลุ่มโรงแรมไทยแถวหน้ากลุ่มถัดไป ที่โดดเด่นเรื่องการปรับตัว สร้างนวัตกรรมบริการ และก้าวสู่เชนระดับนานาชาติต่อได้ใน [ลิงก์บทความพาร์ท 2]

หมายเหตุอ้างอิง :  ข้อมูลบทความ  “กลุ่มเซนโรงแรมและแบรนด์ในเครือเจ้าของคนไทย” นี้ได้รวบรวมและเรียบเรียง สรุปตรวจทานอัพเดทล่าสุด เพื่อเป็นประโยชน์เรียนรู้ในวงการธุรกิจโรงแรมและท่องเที่ยวในประเทศไทยเรา แต่ก็อาจมีข้อความข่าวสารของแต่ละกลุ่มเชนโรงแรมและแบรนด์ที่เกิดเปลี่ยนแปลงได้จากการดำเนินงานของธุรกิจไปตามกาลเวลา เช่น ชื่อขององค์กร ชื่อบุคคลและหุ้นส่วน หรือสถานะเครือแบรนด์โรงแรมที่มีเพิ่มขึ้นและลดลง เพื่อเป็นข้อมูลปัจจุบันได้สมบรูณ์มากยิ่งขึ้น ขอผู้อ่านได้ตรวจเช็คเพิ่มเติม

บริษัท พีเอ็ม อินเตอร์มาร์ท จำกัด

 256 258 260 264 ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี 11000

 เวลาทำการ วันจันทร์ - ศุกร์
เวลา 8:30 - 17:00 น.
(ยกเว้นหยุดนักขัตฤกษ์)

 094 893 5002, 099 254 8292,
099 055 9263

 (02) 149 5471

  @PMINTERMART

 [email protected]

ติดตามเราได้ที่

     

ช่องทางสั่งซื้อออนไลน์


"นวัตกรรมผลิตภัณฑ์นำสมัย
เพื่อชีวิตที่สะดวกสบายขึ้น"

Copyright 2021 PM INTERMART CO.,LTD. All Rights Reserved.