อุตสาหกรรมโรงแรมระดับโลกเต็มไปด้วยเครือเชนแบรนด์ดังจากหลากหลายประเทศ โดยแต่ละเครือข่ายและแบรนด์ต่างมีต้นกำเนิด ผู้เป็นเจ้าของ และจุดขายที่โดดเด่นแตกต่างกันออกไป เพื่อตอบสนองกลุ่มเป้าหมายและมาตรฐานการบริการในระดับสากลครับ
1.กลุ่มเชนโรงแรมดังสัญชาติ อเมริกัน: ใครเป็นเจ้าของ มีแบรนด์อะไรบ้าง และจุดขาย แต่ละแบรนด์
เชนโรงแรมสัญชาติอเมริกันครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในโลก โดยมีกลุ่มหลักที่ทรงอิทธิพลดังนี้:
1.1 Marriott International (แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล)
- เจ้าของ: ตระกูล Marriott (ปัจจุบันเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ)
- แบรนด์ในเครือ: มีมากกว่า 30 แบรนด์ เช่นThe Ritz-Carlton, Regis, JW Marriott, Sheraton, และ Westin
- จุดขาย:
- เป็นเครือโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก
- มีโปรแกรมสมาชิกMarriott Bonvoy ที่แข็งแกร่งที่สุด
- ครอบคลุมทุกระดับตั้งแต่ Luxury ไปจนถึง Select Service
1.2 Hilton Worldwide (ฮิลตัน เวิลด์ไวด์) เจ้าของ: ก่อตั้งโดย Conrad Hilton (ปัจจุบันเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ NYSE)
- แบรนด์ในเครือ: เช่นWaldorf Astoria, Conrad, Hilton Hotels & Resorts, และ DoubleTree by Hilton
- จุดขาย:
- เน้นมาตรฐานการบริการที่สม่ำเสมอทั่วโลก
- ระบบสะสมคะแนนHilton Honors ที่ได้รับความนิยมสูง
- นวัตกรรมดิจิทัล เช่น การใช้ Digital Key ผ่านแอปพลิเคชัน
1.3 Hyatt Hotels Corporation (ไฮแอท โฮเทลส์) เจ้าของ: ตระกูล Pritzker
- แบรนด์ในเครือ: เช่นPark Hyatt, Grand Hyatt, Andaz, Hyatt Regency, และล่าสุดคือ The Standard
- จุดขาย:
- เน้นกลุ่ม Luxury และ Upper Upscale เป็นหลัก
- ดีไซน์โรงแรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง (Lifestyle-focused)
- โดดเด่นเรื่องห้องพักขนาดใหญ่และการออกแบบที่ทันสมัย
1.4 Wyndham Hotels & Resorts (วินแดม โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ท)
- เจ้าของ: บริษัทมหาชนสัญชาติอเมริกัน
- แบรนด์ในเครือ: เช่นWyndham Grand, Ramada, Days Inn, และ Howard Johnson
- จุดขาย:
- มีจำนวนโรงแรม (Properties) มากที่สุดในแง่ของปริมาณสาขา
- เน้นตลาดระดับกลาง (Midscale) และประหยัด (Economy) ที่เข้าถึงง่าย
- เน้นทำเลที่หลากหลายครอบคลุมทุกพื้นที่
หมายเหตุ: แม้
IHG (InterContinental) จะมีต้นกำเนิดในอเมริกา แต่ปัจจุบันเป็นบริษัทสัญชาติ อังกฤษ และ
Accor เป็นสัญชาติฝรั่งเศส
2. กลุ่มเชนโรงแรมดังสัญชาติ สหราชอาณาจักรอังกฤษ ใครเป็นเจ้าของ มีแบรนด์อะไรบ้างและจุดขายแต่ละแบรนด์
เชนโรงแรมยักษ์ใหญ่สัญชาติอังกฤษที่โดดเด่นที่สุดในระดับโลกคือ
IHG Hotels & Resorts หรือ ชื่อเต็มคือ
InterContinental Hotels Group PLC
ข้อมูลความเป็นเจ้าของ
- เจ้าของ: IHG เป็นบริษัทมหาชนจำกัด (Public Limited Company) จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน (LSE) และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) โดยมีผู้ถือหุ้นเป็นสถาบันการเงินและนักลง ทุนทั่วโลก
- สำนักงานใหญ่: ตั้งอยู่ที่เมืองวินด์เซอร์ (Windsor) สหราชอาณาจักร
แบรนด์ในเครือและจุดขาย (แบ่งตามกลุ่ม)
เครือ IHG มีแบรนด์มากกว่า 19 แบรนด์ ครอบคลุมตั้งแต่ระดับหรูหราไปจนถึงราคาประหยัด:
| กลุ่ม (Collection) |
แบรนด์ที่สำคัญ |
จุดขายและเอกลักษณ์ (Selling Points) |
| Luxury & Lifestyle |
Six Senses |
เน้นความยั่งยืน สุขภาพ (Wellness) และประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ |
|
Regent |
ความหรูหราแบบคลาสสิกขั้นสูงสุด การบริการที่ปรับแต่งตามความต้องการเฉพาะบุคคล |
|
InterContinental |
แบรนด์เรือธง เน้นความหรูหรามาตรฐานสากลสำหรับนักเดินทางทั่วโลก |
|
Kimpton |
โรงแรมสไตล์บูทีคที่เน้นดีไซน์ทันสมัย และเป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง (Pet-friendly) |
|
Vignette Collection |
แบรนด์โรงแรมอิสระที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแต่เข้ามารวมอยู่ในเครือมาตรฐานสากล
|
| Premium |
voco |
เน้นความทันสมัย ความเป็นกันเอง และความยั่งยืน |
|
HUALUXE |
ออกแบบมาเพื่อเน้นวัฒนธรรมและการต้อนรับในแบบจีนโดยเฉพาะ |
|
Crowne Plaza |
เน้นกลุ่มนักธุรกิจ การประชุม และความสะดวกสบายในการทำงาน |
| Essentials |
Holiday Inn |
แบรนด์ที่เข้าถึงง่าย เน้นความคุ้มค่าและเหมาะสำหรับการพักผ่อนแบบครอบครัว |
|
Holiday Inn Express |
เน้นความรวดเร็ว เรียบง่าย เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ต้องการความสะดวกและราคาย่อมเยา |
| Suites |
Staybridge Suites |
เน้นการเข้าพักระยะยาว (Extended Stay) ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน |
เชนอื่นๆ ที่มีต้นกำเนิดหรือมีความเกี่ยวข้องกับอังกฤษ
- Soho House: แบรนด์คลับเฮาส์และโรงแรมหรูระดับเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับกลุ่มคนในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มีต้นกำเนิดจากย่านโซโหในลอนดอน
- Aman Resorts: แม้จะมีโรงแรมทั่วโลก แต่สำนักงานใหญ่ในการบริหารงานบางส่วนตั้งอยู่ที่ลอนดอน (แม้ผู้ถือหุ้นใหญ่ปัจจุบันจะไม่ใช่ชาวอังกฤษโดยกำเนิด)
3. กลุ่มเชนโรงแรมดังสัญชาติ ฝรั่งเศส: ใครเป็นเจ้าของ มีแบรนด์อะไรบ้างและจุดขาย แต่ละแบรนด์
เชนโรงแรมสัญชาติฝรั่งเศสที่ใหญ่ที่สุดและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกคือ
Accor (แอคคอร์) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมือง Issy-les-Moulineaux ประเทศฝรั่งเศส และอีกกลุ่มที่เน้นตลาดระดับอัลตร้าลักชัวรีคือ
LVMH
3.1 Accor (แอคคอร์) เจ้าของ: เป็นบริษัทมหาชนจำกัด (Accor SA) จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Euronext Paris โดยมีผู้ถือหุ้นรายใหญ่คือกลุ่มทุนและบริษัทการลงทุนระดับโลก
- แบรนด์และจุดขาย: แอคคอร์แบ่งเซกเมนต์โรงแรมออกเป็นหลายระดับ ดังนี้:
| ระดับ (Segment) |
แบรนด์ที่รู้จัก |
จุดขาย (Key Selling Points) |
| Luxury |
Sofitel, Raffles, Fairmont, Banyan Tree |
ความหรูหราแบบฝรั่งเศส (Art de Vivre), บริการระดับ สูงสุด และทำเลที่ตั้งโดดเด่นระดับโลก |
| Premium |
Pullman, MGallery, Swissôtel, Mövenpick |
เน้นดีไซน์ที่มีสไตล์, โรงแรมบูทีคที่มีเรื่องราวเฉพาะตัว (MGallery) หรือเน้นความทันสมัยสำหรับการทำงานและพักผ่อน |
| Midscale |
Novotel, Mercure |
มาตรฐานระดับสากลที่ไว้วางใจได้ เหมาะสำหรับทั้งครอบครัวและนักธุรกิจที่เน้นความคุ้มค่า |
| Economy |
Ibis, Ibis Styles, Ibis Budget |
ราคาย่อมเยา เข้าถึงง่าย ตกแต่งทันสมัย และหลายแห่งเป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง (Pet-friendly) |
3.2 LVMH (หลุยส์ วิตตอง โมเอต์ เฮนเนสซี่) เจ้าของ: นำโดย
Bernard Arnault
(แบร์นาร์ อาร์โนต์) มหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของโลก
- แบรนด์และจุดขาย:
- Cheval Blanc: แบรนด์โรงแรมระดับ Ultra-Luxury ที่เน้นความเป็นส่วนตัวสูงและการออกแบบที่ ประณีตที่สุดในทุกรายละเอียด
- Belmond: (เข้าซื้อกิจการในปี 2018) เน้นประสบการณ์การเดินทางที่หรูหราและมีเอกลักษณ์ เช่น โรงแรมในสถานที่ประวัติศาสตร์ เรือสำราญ และรถไฟสายระดับตำนาน
- จุดขาย: การส่งต่อประสบการณ์ความหรูหราแบบเดียวกับแบรนด์แฟชั่นระดับไฮเอนด์ (Luxury Lifestyle) มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้ามหาเศรษฐีที่มองหาความเหนือระดับ
4. กลุ่มเชนโรงแรมดังสัญชาติ ญี่ปุ่น: ใครเป็นเจ้าของ มีแบรนด์อะไรบ้างและจุดขาย แต่ละแบรนด์
กลุ่มเชนโรงแรมสัญชาติญี่ปุ่นที่โดดเด่นและมีชื่อเสียงในระดับสากล มีดังนี้
4.1 Hoshino Resorts (星野リゾート) เจ้าของ: ตระกูลโฮชิโนะ (นำโดย โยชิฮารุ โฮชิโนะ) ดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี 1914
- แบรนด์และจุดขาย:
- HOSHINOYA: แบรนด์ลักซูรีระดับเรือธง เน้นประสบการณ์การพักผ่อนแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ผสมผสาน ความทันสมัย ดีไซน์มักจะอิงตามสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมท้องถิ่นของพื้นที่นั้นๆ
- KAI: เรียวกัง (โรงแรมสัญชาติญี่ปุ่น) ระดับพรีเมียมที่เน้นประสบการณ์ "น้ำพุร้อน" (Onsen) และ อาหารท้องถิ่นในแต่ละภูมิภาค
- RISONARE: โรงแรมสไตล์รีสอร์ทสำหรับครอบครัว มีกิจกรรมทางวัฒนธรรมและสันทนาการที่ตอบ โจทย์การพักผ่อนของคนทุกวัย
- OMO: โรงแรมสำหรับนักท่องเที่ยวที่เน้นไลฟ์สไตล์ใจกลางเมือง จุดเด่นคือการมี "OMO Rangers" หรือไกด์ท้องถิ่นพาทัวร์ย่านที่พัก
- BEB: แบรนด์น้องใหม่สำหรับกลุ่มวัยรุ่นหรือคนทำงาน เน้นความเป็นกันเอง พื้นที่ส่วนกลางที่เปิด กว้างและยืดหยุ่นเรื่องเวลาเช็คอิน-เช็คเอาท์
4.2 Okura Nikko Hotel Management (เครือ Okura) เจ้าของ: บริษัท Hotel Okura Co., Ltd.
- แบรนด์และจุดขาย:
- Hotel Okura : แบรนด์ระดับ Luxury ที่ขึ้นชื่อเรื่อง "ความประณีต" และการบริการแบบญี่ปุ่นขนานแท้ (Omotenashi)
- Nikko Hotels International: โรงแรมระดับ Upscale ที่เน้นกลุ่มนักเดินทางเพื่อธุรกิจและนักท่อง เที่ยว มีสาขาอยู่ทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย
- Hotel JAL City : โรงแรมระดับ Limited Service เน้นความสะดวกสบาย เทคโนโลยีที่ทันสมัย และทำเลที่ตั้งใกล้สถานีขนส่งหรือย่านธุรกิจ
4.3 Prince Hotels & Resorts เจ้าของ: Seibu Holdings Inc.
- แบรนด์และจุดขาย:
- The Prince Gallery / The Prince
: แบรนด์ระดับสูงสุด เน้นดีไซน์ที่ล้ำสมัยและการบริการที่เหนือระดับ มักตั้งอยู่ในอาคารระฟ้าหรือทำเลที่ดีที่สุด
- Grand Prince Hotel : เน้นพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง เหมาะสำหรับการจัดประชุม สัมมนา และกิจกรรมกลุ่มขนาดใหญ่
- Prince Hotel: โรงแรมมาตรฐานระดับสูงที่ครอบคลุมทุกความต้องการของนักท่องเที่ยว มีสาขาจำนวนมากตามแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในญี่ปุ่น
4.4 Koko Global Hospitality (KGH) เจ้าของ: บริษัทสตาร์ทอัพที่ก่อตั้งโดยนักลงทุนชาวญี่ปุ่น (คุณชินอิจิ โทโดะ)
- แบรนด์และจุดขาย:
- Kokotel : แบรนด์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในไทย เน้นแนวคิด "Bed and Cafe" จุดเด่นคือมีห้องพักแบบ Family/Friends Room ที่พักร่วมกันได้หลายคน
- จุดขายหลัก: การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพสูงตามหลักปรัชญาKaizen ของญี่ปุ่น เพื่อช่วยลดต้นทุนให้เจ้าของโรงแรมและเพิ่มคุณภาพการบริการ
4.5 Tokyu Hotels & Resorts เจ้าของ: Tokyu Group (กลุ่มบริษัทรถไฟและอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่)
- แบรนด์และจุดขาย:
- The Capital Hotel / Tokyu Hotel : แบรนด์หรูที่เป็นหน้าเป็นตาของกลุ่ม
- Excel Hotel Tokyu : เน้นความสะดวกสบายเหนือระดับในทำเลใจกลางเมือง
- Tokyu REI Hotel: โรงแรมสไตล์ธุรกิจที่เรียบง่าย แต่มีฟังก์ชันครบครันและได้มาตรฐาน
เดินทางมาถึงช่วงกลางกันแล้ว เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ไปทำความรู้จักกับกลุ่มเชนโรงแรมถัดไปกันต่อได้เลยครับ
(คลิกเพื่อเข้าสู่พาร์ทที่ 2)