มาทำความรู้จักกับเชนโรงแรมกลุ่มต่อมากันต่อเลยครับ สำหรับกลุ่มนี้บอกได้เลยว่ามีการเติบโตทางธุรกิจอย่างรวดเร็ว และเต็มไปด้วยแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว น่าสนใจไม่แพ้กลุ่มแรกเลยทีเดียวครับ
5. กลุ่มเชนโรงแรมดังสัญชาติ จีน: ใครเป็นเจ้าของ มีแบรนด์อะไรบ้างและจุดขาย แต่ละแบรนด์
เชนโรงแรมสัญชาติจีนมีการเติบโตที่รวดเร็วและก้าวกระโดดสู่ระดับโลก โดยมีกลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่ครองตลาดและเป็นเจ้าของแบรนด์ที่น่าสนใจ ดังนี้
5.1 H World Group (华住集团) เป็นกลุ่มโรงแรมจีนที่มีมูลค่ากิจการสูงที่สุดในปัจจุบัน และเป็นเชนที่ใหญ่ที่สุดในจีนโดยเน้นการบริหารจัดการมากกว่าการเป็นเจ้าของสินทรัพย์เอง
- เจ้าของ: ก่อตั้งโดยJi Qi (จี้ ฉี) ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีและธุรกิจท่องเที่ยวแถวหน้าของจีน
- แบรนด์หลักและจุดขาย:
- Ji Hotel (全季酒店): แบรนด์ระดับกลาง (Midscale) ที่เป็นหัวหอกหลัก เน้นความคุ้มค่า ดีไซน์เรียบ ง่ายสไตล์มินิมอลแบบเอเชีย
- HanTing Hotel (汉庭酒店) : แบรนด์ระดับประหยัด (Economy/Budget) ที่เติบโตเร็วที่สุด เน้นความสะอาด มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ และราคาเข้าถึงง่าย
- Joyue Hotel (桔子水晶) : แบรนด์แนวไลฟ์สไตล์ที่เน้นกลุ่มคนรุ่นใหม่ มีการตกแต่งที่ทันสมัยและโดดเด่นเฉพาะตัว
- Steigenberger Hotels & Resorts: แบรนด์ระดับ Luxury สัญชาติเยอรมันที่ H World เข้าซื้อ กิจการ เพื่อรุกตลาดระดับไฮเอนด์ทั่วโลก รวมถึงในไทย
5.2 Jin Jiang International (锦江国际)
เป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้การดูแลของรัฐบาลท้องถิ่นเซี่ยงไฮ้ และเป็นหนึ่งในเชนโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลกหลังจากการควบรวมกิจการครั้งใหญ่หลายครั้ง
- เจ้าของ: รัฐวิสาหกิจของรัฐบาลเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Municipal Government)
- แบรนด์หลักและจุดขาย:
- Jinjiang Inn (锦江之星): แบรนด์ประหยัดแบรนด์แรกของจีน เน้นมาตรฐานการบริการที่เชื่อถือได้สำหรับนักเดินทางทั่วไป
- Lavande Hotels (丽枫酒店) : แบรนด์ระดับกลางที่ใช้คอนเซปต์ "ลาเวนเดอร์" สร้างบรรยากาศผ่อนคลายและกลิ่นหอมเฉพาะตัว
- Radisson Hotel Group : จินเจียงได้เข้าซื้อกิจการเรดิสัน ทำให้กลายเป็นเจ้าของแบรนด์ระดับสากล เช่น Radisson Blu และ Radisson RED ที่เน้นความทันสมัยและการบริการระดับ Upper Upscale
5.3 BTG Homeinns Hotels Group (首旅如家)
เกิดจากการควบรวมระหว่างกลุ่ม BTG (Beijing Tourism Group) และ Homeinns ซึ่งเป็นผู้นำด้านโรงแรมราคาประหยัด
เจ้าของ:
Beijing Tourism Group (BTG) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลปักกิ่ง
- แบรนด์หลักและจุดขาย:
- Home Inn (如家酒店) : จุดขายคือความคุ้นเคยและสาขาที่ครอบคลุมทั่วจีน เหมาะสำหรับนักธุรกิจ และนักท่องเที่ยวที่ต้องการที่พักราคาประหยัด
- Yitel (和颐酒店) : แบรนด์ระดับบนที่เน้นดีไซน์และศิลปะร่วมสมัย เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มพรีเมียมมากขึ้น
6. กลุ่มเชนโรงแรมดังสัญชาติ เกาหลีใต้: ใครเป็นเจ้าของ มีแบรนด์อะไรบ้างและจุดขาย แต่ละแบรนด์
กลุ่มเชนโรงแรมยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้มักเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มธุรกิจครอบครัวขนาดใหญ่ (Chaebol) โดยมี 2 กลุ่มหลักที่โดดเด่นระดับโลก ดังนี้:
6.1 เครือ Hotel Shilla (โฮเทล ชิลลา)
- เจ้าของ: Samsung Group (ซัมซุง)โดยมีคุณอี บู-จิน (Lee Boo-jin) บุตรสาวของอดีตประธานซัมซุงเป็นผู้บริหาร
- แบรนด์และจุดขาย:
- The Shilla : แบรนด์ระดับ Ultra-Luxury ที่เน้นความหรูหราแบบดั้งเดิมผสมผสานความทันสมัย มักเป็นสถานที่จัดงานสำคัญระดับประเทศ
- Shilla Monogram : แบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับบนที่เน้นการพักผ่อน (Resort-style) โดยเปิดสาขาแรกในต่างประเทศที่เวียดนาม
- Shilla Stay : โรงแรมระดับ Upscale ที่เน้นความคุ้มค่าและความสะดวกสบาย (Smater Stay) เจาะกลุ่มนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่
6.2 เครือ Lotte Hotels & Resorts (ล็อตเต้ โฮเทล)
- เจ้าของ: Lotte Group (ล็อตเต้)หนึ่งในกลุ่มบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้
- แบรนด์และจุดขาย:
- SIGNIEL : แบรนด์ระดับหรูสูงสุด (Luxury) ตั้งอยู่ในแลนด์มาร์คสำคัญ เช่น Lotte World Tower เน้น การบริการแบบเหนือระดับเฉพาะตัว
- Lotte Hotels : แบรนด์เรือธงระดับ 5 ดาว เน้นความหรูหราแบบมาตรฐานสากล มีสาขาครอบคลุม หลายประเทศ
- L7 Hotels : โรงแรมไลฟ์สไตล์เน้นดีไซน์ทันสมัย ความคิดสร้างสรรค์ และความคล่องตัวในย่านเศรษฐกิจ
- Lotte City Hotels : โรงแรมระดับพรีเมียมบิสซิเนส เน้นทำเลใกล้สถานีรถไฟฟ้าและแหล่งธุรกิจ
6.3 เครืออื่นๆ ที่น่าสนใจ
- Josun Hotels & Resorts : ภายใต้เครือShinsegae (แยกตัวมาจากซัมซุง) เป็นเจ้าของโรงแรมประวัติศาสตร์อย่าง The Westin Josun และ แบรนด์ใหม่เช่น
Grand Josun และ
Josun Palace
: ภายใต้เครือ
Hanwha Group เน้นธุรกิจรีสอร์ตและสันทนาการขนาดใหญ่ เช่น แบรนด์
The Plaza
7. กลุ่มเชนโรงแรมดังสัญชาติ สิงคโปร: ใครเป็นเจ้าของ มีแบรนด์อะไรบ้างและจุดขาย แต่ละแบรนด์
สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางของเชนโรงแรมระดับโลกที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น โดยมีกลุ่มธุรกิจหลักที่ทรงอิทธิพลดังนี้:
7.1 The Ascott Limited (แอสคอทท์)
- เจ้าของ: เป็นบริษัทลูกของCapitaLand Investment (CLI)
- แบรนด์หลัก: Ascott, Citadines, Somerset, lyf, Oakwood, และ The Crest Collection
- จุดขาย:
- เน้นความยืดหยุ่น โดยชูจุดเด่นที่"เป็นได้ทั้งโรงแรมและเรสซิเดนส์" (Serviced Residences) รองรับทั้งนักท่องเที่ยวระยะสั้นและผู้ที่ต้องพักอาศัยระยะยาว (Extended Stay)
- lyf: เน้นกลุ่ม Next-gen และ Digital Nomad ด้วยพื้นที่ Co-living space และกิจกรรมเชื่อมโยงชุมชน
- The Crest Collection: เน้นความหรูหราที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และศิลปะเฉพาะตัว
7.2 Banyan Group (บันยันกรุ๊ป)
- เจ้าของ: ก่อตั้งโดยHo Kwon Ping (โฮ ควอน ปิง)
- แบรนด์หลัก: Banyan Tree, Angsana, Cassia, Dhawa, Homm, Garrya, และ Veya
- จุดขาย:
- ความยั่งยืนและการพักผ่อนแบบองค์รวม (Wellness)
- Banyan Tree: เน้นวิลล่าส่วนตัวพร้อมสระว่ายน้ำ (Pool Villa) และการสปาที่เป็นเอกลักษณ์ระดับโลก
- Cassia: เน้นความสดใส ทันสมัย สำหรับนักเดินทางรุ่นใหม่ที่ต้องการความคล่องตัว
7.3 Millennium Hotels and Resorts (มิลเลนเนียม)
- เจ้าของ: เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มCity Developments Limited (CDL) ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์ของสิงคโปร์
- แบรนด์หลัก: The Biltmore, Grand Millennium, Millennium, M Social, และ Copthorne
- จุดขาย:
- M Social: เน้นความเก๋ไก่และเทคโนโลยี (Lifestyle & Tech-centric) ออกแบบมาเพื่อกลุ่ม Millennials โดยเฉพาะ
- Grand Millennium: ตั้งอยู่ในทำเลศูนย์กลางธุรกิจและย่านช้อปปิ้งสำคัญทั่วโลก เน้นความสะดวกสบายระดับ 5 ดาวสำหรับนักธุรกิจ
7.4 Pan Pacific Hotels Group (แพน แปซิฟิก)
- เจ้าของ: อยู่ภายใต้กลุ่มUOL Group Limited ของมหาเศรษฐี Wee Cho Yaw (ตระกูลเจ้าของธนาคาร UOB)
- แบรนด์หลัก: Pan Pacific, PARKROYAL COLLECTION, และ PARKROYAL
- จุดขาย:
- PARKROYAL COLLECTION: เน้นแนวคิด"Hotel in a Garden" ที่ผสานพื้นที่สีเขียวและการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน เช่น โรงแรม PARKROYAL COLLECTION Pickering ในสิงคโปร์
- Pan Pacific: เน้นความหรูหราและการบริการที่ละเอียดอ่อนตามแบบฉบับเอเชีย
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
สรุปแบรนด์และกลุ่มเป้าหมาย
| กลุ่มเชนโรงแรม |
จุดเน้นหลัก |
กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย |
| Ascott |
Serviced Residence / Co-living |
นักธุรกิจพักนาน และ Digital Nomad |
| Banyan Group |
Luxury Wellness / Eco-friendly |
คู่รัก และผู้รักสุขภาพ |
| Millennium |
Central Location / Lifestyle |
นักท่องเที่ยวในเมือง และ Millennials |
| Pan Pacific |
Green Architecture / Asian Hospitality |
นักธุรกิจ และครอบครัวที่ชอบความทันสมัย |
8. กลุ่มเชนโรงแรมดังสัญชาติ อินโดนีเซีย: ใครเป็นเจ้าของ มีแบรนด์อะไรบ้างและจุดขาย แต่ละแบรนด์
เชนโรงแรมสัญชาติอินโดนีเซียที่ก้าวขึ้นสู่ระดับสากลและมีชื่อเสียงที่สุดคือ
Archipelago International และ
Tauzia Hotels (ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของเครือ The Ascott Limited แต่มีต้นกำเนิดและฐานแบรนด์ในอินโดนีเซีย) โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ:
8.1 Archipelago International
เป็นเชนโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อตั้งโดย
Charles Brookfield
นักธุรกิจชาวแคนาดาที่อาศัยในอินโดนีเซียมานาน
- แบรนด์และจุดขาย:
- Aston :แบรนด์เรือธงระดับ 4-5 ดาว เน้นความหรูหราทันสมัย สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตอบโจทย์ทั้งนักธุรกิจและนักท่องเที่ยว
- The Alana : โรงแรมระดับพรีเมียมที่เน้นการออกแบบสไตล์ร่วมสมัยผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่น (Lifestyle & Cultural) 9
- Kamuela : วิลล่าหรูส่วนตัวที่เน้นความเป็นส่วนตัวสูงและการพักผ่อนแบบสงบ (Luxury Villas)
- Harper : แบรนด์ระดับกลางที่เน้นความเรียบง่ายแต่มีสไตล์ (Rustic & Modern)
- Quest : โรงแรมราคาประหยัดที่เน้นทำเลใจกลางเมืองและความคุ้มค่า
- Neo & favehotel
: แบรนด์ Budget/Economy ที่เน้นดีไซน์สนุกสนาน สีสันสดใส และเทคโนโลยีเพื่อคนรุ่นใหม่ (Trendy & Modern)
8.2 Tauzia Hotels ก่อตั้งโดย
Marc Steinmeyer
(ชาวฝรั่งเศสที่บุกเบิกธุรกิจในอินโดนีเซีย) ปัจจุบันถูกซื้อกิจการโดยเครือ
The Ascott Limited จากสิงคโปร์ แต่ยังคงความเป็นแบรนด์อินโดนีเซียที่โดดเด่น
- แบรนด์และจุดขาย:
- Harris Hotels : เน้นกลุ่มครอบครัวและคนรุ่นใหม่ จุดขายคือสีส้มสดใส พนักงานที่เป็นกันเอง และเน้นเรื่องสุขภาพ (Healthy Living)
- YELLO Hotels
: แบรนด์สำหรับชาว Millennial จุดขายคือ Street Art และเทคโนโลยี เน้นความสนุกสนานและราคาเข้าถึงง่าย
- POP! Hotels : โรงแรมประหยัดรักษ์โลก (Eco-friendly Budget) เน้นห้องพักขนาดกะทัดรัดแต่มีฟังก์ชันครบ
- Préférence
: คอลเลกชันโรงแรมระดับลักชัวรีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว (Boutique & Unique)
8.3 Plataran Hotels and Resorts แบรนด์ระดับ High-end สัญชาติอินโดนีเซียแท้ๆ โดยมี
Yozua Makes เป็นเจ้าของ
- จุดขาย:เน้นความหรูหราสูงสุด (Ultra-Luxury) การอนุรักษ์ธรรมชาติ และวัฒนธรรมอินโดนีเซียแบบดั้งเดิม มักตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติหรือแหล่งประวัติศาสตร์สำคัญ เช่น โบโรบูดูร์ หรือบาหลี
8.4 Santika Indonesia Hotels & Resorts
เป็นส่วนหนึ่งของเครือ
Kompas Gramedia Group กลุ่มสื่อยักษ์ใหญ่ของอินโดนีเซีย
- แบรนด์และจุดขาย:
- The Royal Collection : วิลล่าหรูระดับ 5 ดาว
- Hotel Santika Premiere : โรงแรม 4 ดาวที่เน้นมาตรฐานการบริการแบบอินโดนีเซียแท้ๆ (Hospitality from the Heart)
- Amaris Hotel : แบรนด์ Smart Budget ที่มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ
เดินทางมาถึงกลุ่มสุดท้าย ไปลุยกันต่อเลยครับ อ่านพาร์ท 3
คลิกที่นี่