หลังจากพาไปรู้จักกับกลุ่มโรงแรมชั้นนำในบทความก่อนหน้า ครั้งนี้เราจะพาไปต่อกับอีกหลายเชนโรงแรมและแบรนด์ในเครือเจ้าของคนไทย ที่กำลังขยายธุรกิจและสร้างอิทธิพลในอุตสาหกรรมโรงแรมทั้งในและต่างประเทศ
1. กลุ่มโรงแรม Asset World Corp (AWC-กลุ่มทีซีซี ภายใต้เจ้าสัวเจริญ สิรีวัฒนภักดี: มีแบรนด์อะไรบ้างและจุดขายแต่ละแบรนด์ ทั้งในและต่างประเทศ
Asset World Corp (AWC) ภายใต้เครือทีซีซีของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี
เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ เน้นกลุ่มโรงแรมหรูชั้นนำระดับบน (Upscale to Luxury) ชั้นนำมากมาย โดยจับมือกับแบรนด์บริหารระดับโลก มีโมเดลธุรกิจที่เน้นการเป็นพันธมิตรกับ
เชนโรงแรมระดับโลก (International Chains) เพื่อนำแบรนด์ที่แข็งแกร่งมาบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ในไทยและต่างประเทศ โดยมีจุดขาย ที่แตกต่างกันตามเซกเมนต์ ดังนี้: (เช่น Marriott, Hilton, IHG) จุดขายหลักคือทําเลศักยภาพสูงในแหล่งท่องเที่ยว และ CBD, การบริหารจัดการมาตรฐานสากล และประสบการณ์การพักผ่อนแบบองค์รวม
โรงแรมในพอร์ต (จ้างบริหาร): Marriott, The Luxury Collection (The Athenee), Le Méridien, DoubleTree by Hilton, InterContinental, Holiday Inn Express Meliá, และ The Okura Prestige
แบรนด์โรงแรมหลักในพอร์ต AWC (แบ่งตามกลุ่มจุดขาย)
- Luxury & Signature Portfolio (หรูหรา/เอกลักษณ์สูง):
- บันยันทรี(Banyan Tree): สมุย และ กระบี่ — เน้นรีสอร์ทหรูส่วนตัว บรรยากาศเงียบสงบ ดีไซน์ที่เน้นธรรมชาติ
- ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล:Landmark ใจกลางสุขุมวิท เน้นความหรูหราสไตล์ไทยร่วมสมัย
- อินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง โฮเทล:ใจกลางเชียงใหม่ เน้นความหรูหราวัฒนธรรมล้านนา
- ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ:โรงแรมหรูระดับห้าดาว เน้นความหรูหราสไตล์ญี่ปุ่นผสมผสาน
- Premium Portfolio (ระดับบน/แบรนด์ระดับโลก):
- แมริออท(Marriott): เช่น แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค (เน้นขนาดใหญ่/MICE), แมริออท รีสอร์ท พัทยา และ ภูเก็ต (เน้นพักผ่อนครอบครัว)
- เลอ เมอริเดียน(Le Méridien): กรุงเทพฯ — เน้นดีไซน์และศิลปะ ทำเลในเมือง
- เชอราตัน(Sheraton): เกาะสมุย — เน้นการพักผ่อนริมทะเลระดับพรีเมียม
- มีเลีย (Meliá):เกาะสมุย, เชียงใหม่, พัทยา — เน้นบรรยากาศสเปนผสมวัฒนธรรมท้องถิ่น
- Midscale-Upscale & Business (ระดับกลาง-บน/ธุรกิจ):
- ฮิลตัน (Hilton) / ดับเบิ้ลทรี บาย ฮิลตัน:สุขุมวิท — เน้นความสะดวกสบายใจกลางเมือง
- ฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซ์เพรส(Holiday Inn Express): กรุงเทพฯ สาทร
การขยายตัวในต่างประเทศ
AWC เริ่มขยายพอร์ตโฟลิโอไปยังต่างประเทศเพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน โดยปัจจุบันมีการลงทุนที่ชัดเจน
ใน: สหราชอาณาจักร การลงทุนในโรงแรมผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อเข้าถึงตลาดท่องเที่ยวหลักของโลก
กลยุทธ์: เน้นการเข้าซื้อสินทรัพย์ในทำเลศักยภาพ (Prime Location) ในเมืองสำคัญเพื่อสร้างกระแสเงิน สดที่แข็งแกร่ง
2. กลุ่มโรงแรม ONYX Hospitality Group (ออนิกซ์): ปัจจุบันใครเป็นเจ้าของ มีแบรนด์อะไรบ้างและจุดขายแต่ละแบรนด์ ทั้งในและต่างประเทศ
ONYX Hospitality Group (ออนิกซ์) เป็นเชนบริหารโรงแรมสัญชาติไทย มากว่า 5 ทศวรรษ ในเครือ
อิตัลไทย (Italthai Group) บริหารโดยคุณยุทธชัย จรณะจิตต์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) เป็นผู้บริหารรุ่นที่ 3 (แม้จะมีรากฐานความเกี่ยวพันทางสายเลือดกับตระกูลกรรณสูต ผู้ก่อตั้งอิตาเลียนไทย ผ่านทางนิจพร จรณะจิตติ์ (กรรณสูต) แต่โครงสร้างบริหารหลักของอิตัลไทยแยกออกจากอิตาเลียนไทยอย่างชัดเจน) ที่เข้ามานำทัพขยายธุรกิจโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยมีแบรนด์หลักคือ Amari, OZO, Shama และ Oriental Residence เป็นโรงแรมไทย 100% เน้นให้บริการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และฮ่องกง โดยชูจุดเด่นที่ความยืดหยุ่น การบริการสไตล์ไทย และความเข้าใจลูกค้าในระดับภูมิภาค โดยมีการขยายธุรกิจทั้งในไทยและต่างประเทศอย่างแข็งแกร่งในเอเชีย
เจ้าของและผู้บริหาร เครือธุรกิจ: ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เป็นส่วนหนึ่งของ
กลุ่มอิตัลไทย (Italthai Group) ผู้บริหารหลัก: คุณยุทธชัย จรณะจิตต์ (Yuthachai Charanachitta)
แบรนด์หลักและจุดขายภายใต้เครือ ONYX
- Amari (อมารี):แบรนด์ระดับบน (Upper Upscale) ที่เป็นแบรนด์หลักของกลุ่ม สื่อถึงสีสันและความเป็นไทยสมัยใหม่ เน้นให้บริการแบบครบวงจร ทั้งการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ (MICE), รีสอร์ต, และโรงแรมใจกลางเมือง
- Shama (ชามา):เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ระดับหรู สำหรับผู้ที่ต้องการพักระยะยาวหรือระยะสั้น ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านแต่มีความหรูหรา สไตล์การออกแบบที่ทันสมัย และตั้งอยู่ในใจกลางเมือง
- OZO (โอโซ่):โรงแรมระดับกลาง (Upper-Middle Scale) เน้นความสะดวกสบาย ประหยัด ใช้งานง่าย เน้นความมีชีวิตชีวา เหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการพักผ่อนในบรรยากาศที่เป็นกันเองและมีสไตล์
- Oriental Residence (โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์):แบรนด์ระดับ Luxury ที่เน้นความหรูหราคลาสสิกเหนือกาลเวลา ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ เช่น บนถนนวิทยุ เหมาะสำหรับการพักอาศัยระดับบน
ที่ตั้งธุรกิจ (ไทยและต่างประเทศ)
- ประเทศไทย:มี Amari, OZO, Shama ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพ เช่น กรุงเทพฯ (เช่น Amari Bangkok, Amari Don Muang Airport Bangkok), พัทยา, ภูเก็ต, สมุย, หัวหิน, กระบี่
- ต่างประเทศ:ขยายตัวอย่างหนักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคอื่น เช่น มาเลเซีย (Amari Johor Bahru, Amari Kuala Lumpur, Amari SPICE Penang), ลาว (Amari Vang Vieng, Amari Vientiane), ศรีลังกา (Amari Colombo), และฮ่องกง (Shama Hub Metro South Hong Kong, Hotel 108 Hong Kong)
ONYX มุ่งเน้นการเป็นผู้นำด้านการบริหารโรงแรมขนาดกลางถึงใหญ่ในเอเชีย โดยมีแผนขยายแบรนด์ Amari และ Shama ไปยังทำเลใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์อื่น ๆ อย่าง Mosaic Collection และ Saffron Collection ที่เน้นการบริหารโรงแรมที่ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
3. กลุ่มโรงแรม The Erawan Group (เอราวัณ): ปีจจุบันใครเป็นเจ้าของ มีแบรนด์อะไรบ้างและจุดขายแต่ละแบรนด์ ทั้งในและต่างประเทศ
The Erawan Group (ERW) เป็นผู้นำการลงทุนและพัฒนาธุรกิจโรงแรมระดับสากลในไทยและเอเชียแปซิฟิก ก่อตั้งโดยตระกูลว่องกุศลกิจ (น้ำตาลมิตรผล) และตระกูลวัธนเวคิน (ผู้ก่อตั้งธนคารเกียรตินาคิน)
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่อื่นๆ เช่น
บริษัท อี เอส 2014 จำกัด และ
บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด โดยมีจุดเด่นคือพอร์ตโรงแรมที่หลากหลายตั้งแต่ระดับหรูถึงประหยัด (Luxury-to-Budget) กว่า 100 แห่ง โดยมี HOP INN เป็นหัวหอกแบรนด์ราคาประหยัด
เจ้าของหลัก (ผู้ถือหุ้นใหญ่): เกิดจากการร่วมมือของตระกูล
ว่องกุศลกิจ และ
วัธนเวคิน ซึ่งถือหุ้นรวมกันมากกว่า 50%
แบรนด์หลักและจุดขายแต่ละแบรนด์:
เอราวัณบริหารจัดการโรงแรมผ่านเชนระดับโลก และแบรนด์ของตัวเอง โดยแบ่งจุดขายหลักดังนี้:
- โรงแรมหรูและระดับบน (Luxury & Upscale):เช่น แกรนด์ ไฮแอท, เจดับบลิว แมริออท, เรเนซองส์ เน้นทำเลศักยภาพสูงในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวหลัก บริการเหนือระดับ
- โรงแรมระดับกลาง (Midscale):เช่น คอร์ทยาร์ด บาย แมริออท, ฮอลิเดย์ อินน์ เน้นความคุ้มค่าและมาตรฐานบริการสากล
- HOP INN (ฮ็อป อินน์):โรงแรมบัดเจ็ต (Budget Hotel) ที่มีสาขามากที่สุดในไทย เน้นทำเลใจกลางเมืองจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ราคาประหยัด สะอาด มาตรฐานเดียวกัน และเดินทางสะดวก
จุดเด่นสำคัญ:
- การกระจายพอร์ต:ไม่พึ่งพาโรงแรมหรูเพียงอย่างเดียว แต่ขยายเข้าสู่ตลาด Budget เพื่อรองรับนักเดินทางกลุ่มใหม่
- ขยายฐานต่างประเทศ: เน้นการลงทุนที่สามารถสเกลได้เร็ว (Scale-up) โดยเฉพาะแบรนด์ HOP INN ทั้งในไทย และขยายสาขาที่ฟิลิปปินส์ได้รับความนิยมสูง
บทความถัดไป เราจะพาไปรู้จักกับ “กลุ่มโรงแรมชื่อดังระดับสากลที่มีเจ้าของหรือทุนหลักเป็นคนไทย” ที่แม้หลายคนจะคุ้นในฐานะแบรนด์ต่างชาติ แต่เบื้องหลังกลับมีเจ้าของหรือทุนหลักเป็นคนไทยอยู่ไม่น้อย
หมายเหตุอ้างอิง:
ข้อมูลบทความ “กลุ่มเซนโรงแรมและแบรนด์ในเครือเจ้าของคนไทย” นี้ได้รวบรวม และเรียบเรียง สรุปตรวจทานอัพเดทล่าสุด เพื่อเป็นประโยชน์เรียนรู้ในวงการธุรกิจ โรงแรมและท่องเที่ยวในประเทศไทยเรา แต่ก็อาจมีข้อความข่าวสารของแต่ละกลุ่มเชนโรงแรมและแบรนด์ที่เกิดเปลี่ยนแปลงได้จากการดำเนินงานของธุรกิจไปตามกาลเวลา เช่น ชื่อขององค์กร ชื่อบุคคลและหุ้นส่วน หรือสถานะเครือแบรนด์โรงแรมที่มีเพิ่มขึ้นและลดลง เพื่อเป็นข้อมูลปัจจุบันได้สมบรูณ์มากยิ่งขึ้น ขอผู้อ่านได้ตรวจเช็คเพิ่มเติม